เนื้อครีมแต่ละประเภทแตกต่างกันอย่างไร

เนื้อครีมแต่ละประเภทแตกต่างกันอย่างไร

เพราะผิวของคนเราในแต่ละวันนั้นเจอกับอะไรหลายอย่างมากมายไม่ว่าจะเป็นแสงแดด มลภาวะ ซึ่งนั้นเป็นสาเหตุหลักที่ก่อให้เกิดสิว ฝ้า กระ จุดด่างดำ ริ้วรอยต่าง ๆ และผิวที่แก่ก่อนวัย ทำให้ต้องหันมาบำรุงผิวเพื่อให้ผิวนั้นสวยคงอยู่กับร่างกายของเราตลอดไป วิธีการบำรุงผิวนั้นก็มีมากหมายให้เลือกสรร

โดยขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละคน ซึ่งการผลิตผลิตภัณฑ์บำรุงผิวเพื่อจำหน่ายนั้น สิ่งที่เจ้าของแบรนด์จะต้องคำนึงถึงก็คือ สภาพผิวของกลุ่มลูกค้าที่ต้องการขายว่าเป็นสภาพผิวแบบไหน และที่สำคัญอีกอย่างก็คือ เนื้อครีม

ควรเลือกเนื้อครีมให้ตรงกับสภาพของผิวพรรณของกลุ่มลูกค้า นอกจากจะทำให้แบรนด์มีความแตกต่างจากแบรนด์อื่นแล้วนั้น ยังสามารถเพิ่มยอดขายได้อีกด้วย โดยเนื้อครีมนั้นก็จะมีความแตกต่างกันไปหลายประเภทซึ่งได้แก่

ครีม (Cream)

ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวประเภทครีมนั้นส่วนใหญ่จะมีส่วนผสมของน้ำมันกับน้ำ ซึ่งจะมีความเข้มข้นของเนื้อครีมสูงมากที่สุดในบรรดาเนื้อครีมทั้งหมด แต่ถ้าหากเทียบกับการทำงานรูปแบบ Body Form การดูดซึมเนื้อครีมเข้าสู่ผิวนั้นจะดูดซึมได้ช้ากว่าประเภทอื่น ๆ

โดยเนื้อครีมที่นิยมใช้กันในปัจจุบันนั้นอาจมีการใส่ส่วนผสมของสาร Active Ingredients เพื่อให้ผิวได้รับการบำรุงอย่างเต็มที่ เนื้อครีมประเภทครีมนั้นเหมาะสำหรับผู้ที่ผิวแห้ง เนื่องจากขาดความชุ่มชื้น ใบหน้าลอก และเกิดริ้วรอยอ่อนวัยได้ง่ายกว่าผิวประเภทอื่น

โลชั่น (Lotion)

เนื้อครีมประเภทโลชั่นนั้นจะมีลักษณะคล้ายประเภทครีมมาก แต่จะมีส่วนประกอบของน้ำมากกว่าเนื้อครีม และมีการเพิ่มส่วนผสมของสาร Active Ingredients วิตามิน หรือสารสกัดบำรุงผิวชนิดอื่น ๆ ลงในเนื้อโลชั่นได้ จะทำให้เห็นผลการเปลี่ยนแปลงของผิวมากขึ้นกว่าเดิม โดยเนื้อครีมประเภทโลชั่นนั้นเหมาะสำหรับผิวธรรมดาหรือผิวผสม

ซีรั่ม (Serum)

เนื้อครีมแบบซีรั่มส่วนใหญ่จะเป็นแบบใส มีเนื้อสัมผัสที่บางเบาเมื่อเปรียบเทียบกับเนื้อครีมประเภทอื่น ๆ โดยเนื้อซีรั่มมีลักษณะเป็นโมเลกุลขนาดเล็ก อุดมไปด้วยสารอาหารที่เข้มข้น อีกทั้งยังเพิ่มความเข้มข้นของสาร Active Ingredients ให้สูงขึ้น ทำให้เห็นผลที่ชัดเจนในระยะเวลาเพียงไม่กี่สัปดาห์ สามารถซึมซับการบำรุงเข้าสู่ผิวได้อย่างรวดเร็ว เนื่องจากเป็น Water Based Product สามารถบำรุงได้อย่างล้ำลึกและเหมาะกับทุกสภาพผิว แต่ราคาในการผลิตนั้นก็จะสูงกว่าเนื้อประเภทอื่น ๆ เพราะว่ามีความเข้มข้นของสารต่าง ๆ มากกว่า

เจล (Gel)

เนื้อเจลนั้นเป็นเนื้อครีมที่มีการผสมน้ำมันในปริมาณที่น้อยหรือไม่มีเลย โดยในกระบวนการผลิตจะใส่สารที่ทำให้เกิดเนื้อเจล จากนั้นปั่นรวมกับสารอื่น ๆ เช่นสารบำรุงผิว น้ำ น้ำหอมเป็นต้น โดยจะมีเนื้อสัมผัสคล้ายเจล ซึ่งเป็นสารประเภท Polymer โครงสร้างภายในเนื้อเจลนั้นสามารถอุ้มน้ำได้จำนวนมากด้วยคุณสมบัติของ Water Absorbent  เนื้อเจลนั้นเหมาะสำหรับผิวที่มีสิวมากที่สุด

ฟลูอิค (Fluid) หรือเอสเซ้นส์ (Essence)

ลักษณะเนื้อเป็นเนื้อซีรั่มแต่จะมีสีที่เข้มข้นมากกว่าซีรั่มทั่วไป เนื่องจากมีส่วนผสมเพิ่มความเข้มข้นในปริมาณสูงสุดด้วย Active Ingredients เป็น Water Based ที่ซึมซับได้รวดเร็ว เกลี่ยง่าย และทำให้การบำรุงผิวนั้นมีประสิทธิภาพที่เห็นผลชัดขึ้น

นอกจากการเลือกเนื้อครีมให้ตอบสนองความต้องการของลูกค้าแล้วนั่น การเลือกโรงงานรับผลิตเครื่องสำอางก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่เจ้าของแบรนด์ควรพิถีพิถันในการเลือก โดยควรเลือกโรงงานรับผลิตเครื่องสำอาง หรือรับผลิตครีมที่ได้มาตรฐาน มีใบรับรอง เพื่อให้ได้สินค้าที่มีคุณภาพพร้อมจำหน่ายให้แก่ลูกค้า