7 นิสัยที่ทำให้ไม่ประสบความสำเร็จ

7 นิสัยที่ทำให้ไม่ประสบความสำเร็จ

เชื่อว่าทุกคนนั้นจะมีเป้าหมายในชีวิต หรือมีความฝันที่อยากจะทำให้สำเร็จกันทั้งนั้น บางคนอาจจะอยากมีธุรกิจของตัวเอง บางคนอาจอยากซื้อบ้านหรือซื้อรถ แม้แต่บางคนก็อาจอยากมีออาชีพที่ใฝ่ฝันให้ได้ ซึ่งการค้นหาเป้าหมายในชีวิตไม่ใช่เรื่องยากเท่าไหร่ แต่การทำให้ประสบความสำเร็จนั้นกลับไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ เลย เพราะไม่ใช่ทุกคนที่จะมีเส้นทางที่ใฝ่ฝันโดยโรยกลีบกุหลาบเอาไว้แล้ว

เนื่องจากชีวิตในแต่ละวันต่างคนต่างก็มีหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบ หรือมีอุปสรรคต่าง ๆ ให้พบเจออยู่เสมอ แต่ขอบอกให้รู้ไว้เลยนะว่าบางครั้งตัวการที่คอยฉุดรั้งเราเอาไว้ และทำให้เป้าหมายในชีวิตหลุดลอยห่างออกไปเรื่อย ๆ มันอาจจะเกิดจากตัวเราเองก็ได้นะ วันนี้เราเลยจะพาไปดู 7 นิสัยที่ทำให้ไม่ประสบความสำเร็จ ให้ลองอ่านและเช็กไปพร้อม ๆ กัน ว่าเรากำลังทำสิ่งนี้อยู่หรือเปล่า

อิจฉาคนอื่นเก่ง แต่ไม่ยอมลงมือทำสักที

ในยุคที่ผู้คนขยันอัปเดตเรื่องราวชีวิตผ่านโลกโซเชียลกันรัว ๆ เลยทำให้บางคนพอเห็นเพื่อนในโซเซียลมีเดียต่าง ๆ โพสต์ความสำเร็จของตัวเองลงโซเชียล ก็อดรู้สึกอิจฉาไม่ได้พวกเขาไม่ได้ ไม่ว่าจะการได้เลื่อนขั้น, การได้ไปท่องเที่ยวล่องเรือยอร์ชสุดหรู หรือการโพสต์รูปคู่คนรักอย่างมีความสุข

ซึ่งความอิจฉานั้นถือเป็นหนึ่งในตัวการที่คอยฉุดรั้งให้ไกลห่างจากความสำเร็จ เพราะถ้าเราเอาแต่ส่องชีวิตดี ๆ ของคนอื่น แล้วเอามาเปรียบเทียบกับชีวิตที่แสนธรรมดาของตัวเองอย่างเดียว มันก็ไม่ได้ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อใครเลยสักคน

ชอบดูถูกกับความสามารถของตัวเอง

คนที่ชอบดูถูกตัวเองอยู่ตลอดเวลา หรือชอบพูดจาแย่ ๆ ทำนองที่ว่า “ฉันไม่เก่ง / ฉันทำไม่ได้ / มันยากเกินไป / ถ้าลองเสี่ยงแล้วมันต้องพังแน่ ๆ” ทัศนคติติดลบที่มีต่อตัวเองแบบนี้มันก็จะคอยฉุดรั้งทำให้เราไม่อยากลงมือทำสิ่งไหน ๆ ในชีวิต และค่อย ๆ หล่อหลอมให้เรากลายเป็นคนที่ยอมแพ้กับอะไรง่าย ๆ ในที่สุด เพราะเอาแต่คิดว่าตัวเองไม่ดีพอหรือไม่มีทางประสบความสำเร็จแน่ ๆ ไงล่ะ

ใช้ชีวิตอยู่กับความผิดพลาดในอดีต

หากเรายังคงนึกถึงความผิดพลาดที่เคยเกิดขึ้นซ้ำไปซ้ำมา เอาแต่โทษตัวเองว่าไม่เคยทำอะไรสำเร็จสักอย่าง เราก็จะไม่สามารถใช้ชีวิตอยู่กับปัจจุบันที่อยู่ตรงหน้า หรือวางแผนทำอะไรเพื่อความก้าวหน้าในอนาคตได้เลยนะ เพราะฉะนั้นเราควรให้อภัยตัวเองและรู้จักนำความผิดพลาดในอดีตมาเป็นบทเรียนไม่ให้ทำผิดซ้ำสอง

ปล่อยตัวเองโทรมไม่ใส่ใจดูแลสุขภาพ

หากเราเอาแต่ทำงานงก ๆ จนปล่อยปละละเลยและไม่ใส่ใจดูสุขภาพ อย่างเช่นกินอาหารไม่ตรงเวลา ไม่ออกกำลังกายขยับร่างกายบ้าง หรือนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ ก็ส่งผลเสียต่อทั้งสุขภาพร่างกายและสุขภาพจิตใจได้ทั้งนั้นเลย แล้วพอร่างกาย สมอง และจิตใจไม่พร้อม เราก็ไม่สามารถโฟกัสกับการทำงานได้อย่างเต็มที่ จนแผนการไล่ตามความสำเร็จมีอันต้องสะดุด หรืออาจถึงขั้นต้องล้มเลิกแผนการนี้ไปก่อนเลยก็ได้

พอเจอเรื่องยากก็รีบยอมแพ้ทั้ง ๆ ที่ยังไม่ได้พยายาม

หลายคนที่รู้สึกว่าตัวเองไม่ประสบความสำเร็จในชีวิตสักอย่างเดียว อาจไม่ได้เป็นเพราะเป้าหมายมันยากหรืออยู่ไกลเกินเอื้อมจนเกินไปหรอกนะ แต่สาเหตุมันอาจเป็นเพราะว่าเรายอมแพ้เร็วเกินไปทั้ง ๆ ที่ยังไม่ได้พยายามอย่างเต็มที่ต่างหากล่ะ ดังนั้นเพียงแค่เราพยายามทำทุกอย่างให้เต็มที่และสุดความสามารถมากที่สุด หลังจากนี้ไม่ว่าผลลัพธ์มันจะเป็นอย่างไรก็ไม่มีอะไรให้เสียดายแล้วล่ะ

คาดหวังว่าทุกอย่างจะต้องสมบูรณ์แบบ

บนโลกนี้ไม่มีใครเพอร์เฟกต์ 100% เต็มในทุกเรื่องหรอกนะ หากเราตั้งเป้าหมายเอาไว้ว่าเราจะต้องเป็นคนที่สมบูรณ์แบบไร้ที่ติ มันก็ไม่ต่างจากการกำหนดมิชชั่นที่ไม่มีวันเป็นจริงได้ขึ้นมา แถมใครก็ตามที่ไขว่คว้าหาความจริงที่เพอร์เฟกยังทำให้ระดับความสุขในชีวิตของเราลดน้อยลงเรื่อย ๆ ด้วย เพราะเราอาจกดดันตัวเองและรู้สึกเครียด จนกลายเป็นไม่อยากขยับตัวไปไหน ไม่อยากทำอะไรอีกต่อไปเลยก็ได้

ไม่กล้าเสี่ยงก้าวขาออกจาก Comfort Zone

หลายคนอาจคิดว่าการเสี่ยงลองลงมือทำบางอย่างเป็นเรื่องน่ากลัว เลยเลือกที่จะเก็บตัวซ่อนอยู่ภายใน Comfort Zone หรือพื้นทีปลอดภัยของตัวเอง ไม่กล้าคิดหรือลงมือทำสิ่งไหน นี่เลยเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้เราห่างไกลจากความสำเร็จ แต่ขอให้คิดไว้เลยนะว่าเมื่อไหร่ก็ตามที่เรากล้าจะเสี่ยงลงมือทำบางอย่าง ที่ตัวเองไม่คิดว่าจะกล้าทำมันมาก่อน ก็แสดงว่าสิ่งนั้น ๆ มันมีโอกาสประสบความสำเร็จมากกว่าการอยู่นิ่ง ๆ เอาแต่ฝันกลางวันแล้วไม่ลงมือทำอะไรเลย

แหล่งที่มา : sistacafe.com