7 วิธีหลอกสมองว่า ฉันอิ่มแล้ว

7 วิธีหลอกสมองว่า ฉันอิ่มแล้ว

คนเราน้ำหนักขึ้นเพราะอะไร เพราะกินของที่ชอบไง เช้าสายบ่ายเย็นก็ไม่หยุดคว้าของกินเข้าปาก เพราสมองกรีดร้องว่า ฉันหิว หาอะไรกินเดี๋ยวนี้ จนสุดท้ายตาชั่งกับกางเกงตัวโปรดกรีดร้องแทนว่าเธออ้วนเกินพิกัดแล้วนะ

ซึ่งกฎในการลดน้ำหนัก ใคร ๆ ก็รู้ว่าต้องกินให้น้อยลง แต่เมื่อการรับรู้ของสมองเป็นอุปสรรคกับหุ่นสวย ๆ ของเรา จึงจะต้องมีทริคช่วยเพื่อบอกสมองว่าเราอิ่มแล้วในมื้อนั้น เพื่อลดการกินจุกจิกนอกมื้อ โดยในวันนี้เราจะมาบอกเกี่ยวกับ 7 วิธีหลอกสมองให้อิ่ม ทั้งที่กินน้อยกว่าเดิม ถ้าพร้อมแล้วก็ไปดูกันเลย

กินแอปเปิ้ล 1 ลูก ก่อนมื้ออาหารทุกครั้ง

วิธีง่าย ๆ ที่จะยับยั้งความหิว มีสติในการกินมากขึ้นได้ก็คือ กินแอปเปิ้ล 1 ลูก ก่อนมื้ออาหารทุกครั้ง ไม่เอาน้ำแอปเปิ้ลเหลว ๆ นะ ควรเป็นแอปเปิ้ลสดกรอบ ๆ ที่ใช้ฟันเคี้ยวเพื่อให้ร่างกายได้รับไฟเบอร์อย่างเต็มที่ ไฟเบอร์จะมีคุณสมบัติช่วยให้อิ่มนาน ลดพื้นที่ในกระเพาะ ขับถ่ายง่าย และยังมีแคลอรีต่ำ

กินถั่วต่าง ๆ เป็นมื้อว่างระหว่างวัน

มื้อว่างระหว่างวันมักจะมองหากาแฟ น้ำอัดลม น้ำหวาน ๆ ที่มีน้ำตาลเยอะเพื่อให้รู้สึกฟิน แต่ตามมาด้วยผลเสียมากมาย ดังนั้นควรเปลี่ยนมื้อว่างระหว่างวันช่วงบ่าย ๆ จากเครื่องดื่มพลังงานสูงที่ไม่มีประโยชน์มาเป็น ถั่วต่าง ๆ (ที่ไม่เคลือบน้ำตาลนะ) เช่น อัลมอนต์ พิสตาชิโอ หรือถั่วลิสงก็ได้ แต่ต้องจำกัดปริมาณไม่เกิน 1 กำมือ หรือ 10 – 15 เม็ดจะได้พลังงานที่พอดี

ดื่มน้ำเปล่า หรือเครื่องดื่ม 0 แคลอรี เยอะ ๆ ระหว่างมื้ออาหาร

หากร่างกายได้รับน้ำไม่เพียงพอ อยู่ในภาวะขาดน้ำ (Dehydration) สมองจะส่งสัญญาณหลอกให้รู้สึกหิว และเวลาหิวเรามักจะนึกถึงอาหารอ้วน ๆ ที่ให้พลังงานสูง ทั้งที่จริงร่างกายอาจแค่ขาดน้ำเท่านั้น เพื่อให้ร่างกายมีความชุ่มชื้นอย่างเพียงพอ สาว ๆ ที่อายุ 14 – 18 ปี ควรดื่มประมาณ 8 – 11 แก้วหรือ 1.9 – 2.6 ลิตร , อายุ 19 ปีขึ้นไป ควรดื่ม 9 แก้วต่อวันหรือ 1 ลิตร จึงจะไม่เกิดอาการหิวจุกจิก

ตัดอาหารในจานเป็นชิ้น ๆ ช่วยให้สมองอิ่มมากขึ้น

ข้อนี้เป็นทริคทางหลอกสมองแบบจิตวิทยาหน่อย ๆ  เพราะการเสพอาหารด้วยตาก็ส่งผลต่อความเจริญอาหารของเราได้เช่นกัน ในอาหาราปริมาณเท่ากัน ถ้าจานแรกเป็นเนื้อชิ้นเดียววางไม่เต็มจาน ส่วนจานที่สองเป้นเนื้อที่ถูกหั่นให้คละ ๆ กระจายเต็มจาน เราจะรู้สึกอิ่มกับจานที่สองมากกว่า เพราะสมองสั่งว่าปริมาณมันเยอะ มีเต็มจานเลย

มีวัตถุดิบหลัก ๆ ในจานแค่ 1 – 2 อย่างเท่านั้น

ยิ่งส่วนผสมมีให้เห็นเยอะ ก็ยิ่งเรื่องแยะ ในทางจิตวิทยาเราเห็นอาหารทั้งจานหลัก จานรองแบบฟูลคอร์สในหนึ่งมือ สมองจะบังคับให้เราหิว และต้องพยายามกินเข้าไปให้หมด แม้ร่างกายไม่ได้ต้องการแคลอรีเยอะขนาดนั้นก็ตาม เราแนะนำให้ในหนึ่งมื้อ มีอาหารหลัก ๆ อยู่แค่ 1 – 2 อย่าง (สูงสุดไม่เกิน 3 อย่าง) ก็พอ เพื่อควบคุมตัวเองไม่ให้กินหลุดเยอะเกินไป ตัดเครื่องเคียง อาหารจานรองไม่จำเป็นออก

กินอาหารร้อน ปรุงสุกใหม่ ๆ ดีกว่ากินอาหารแช่เย็น

ทริคช่วยหลอกสมองอีกข้อ ที่เราอยากให้สาว ๆ ทำตามกันก็คือ ไม่ว่าจะกินอะไรก็ตาม ให้เลือกอาหารร้อน ๆ ดีกว่าอาหารเย็นชืด นอกจากรสชาติของร้อนจะดีกว่ามากแล้ว ร่างกายยังถูกบังคับกลาย ๆ ให้กินช้าลง เพราะกลัวลวกปากลวกลิ้น เมื่อกินช้า สมองก็จะค่อย ๆ ดูดซึมพลังงานจากอาหาร ทำให้รู้สึกอิ่มอย่างพอดี

ใส่เครื่องปรุงประเภท เครื่องเทศ/สมุนไพร ในอาหารมากขึ้น

ไม่จำเป็นจะต้องทนกินอาหารจืด ๆ เพราะอาหารรสชาติเผ็ดแซ่บก็ช่วยให้อิ่มไว ผอมได้เหมือนกัน แนะนำให้หาเครื่องปรุง เครื่องเทศสมุนไพรมมาโรยลงบนเมนูจานโปรด นอกจากอร่อยไม่แพ้อาหารแคลอรีสูงทั่วไปแล้ว ยังช่วยกระตุ้นระบบเผาผลาญ เพิ่มอัตราเมตาบอลิซั่มในร่างกายให้ทำงานดียิ่งขึ้นด้วย

แหล่งที่มา : sistacafe.com